2006/Oct/02

ระยะหลังมานี่ ผมมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวต่างๆที่เป็นนวนิยาย ตำนานเทพ เกม ฯลฯ ให้เพื่อนผู้สนใจใคร่รู้ฟังอยู่บ่อยๆ จนเพื่อนๆเริ่มเรียกกันว่านักเล่านิทาน -_-
ในบรรดาเรื่องเล่าหลายๆเรื่องนั้นก็มีเรื่องนึงที่ติดใจผมมากที่สุด ซึ่งเพิ่งจะเล่าไปหมาดๆในทริปท่องเที่ยวแบบขี้เกียจๆ ณ เกาะช้างครั้งที่ผ่านมากับสหายอีก 3 คน (อ่านรายละเีอียดการท่องเที่ยวได้ที่ cgengine ครับ)ก็คือ Fatal Frame ภาค 1 และภาค 2

หากคุณเคยเล่นเกมนี้มาก่อนจะรู้ว่า เกมนี้เป็นเกมที่ไม่ธรรมดาเอาซะเลย ในบรรดาเกม Horror ต่างๆเท่าที่ผมเคยเล่นมานั้น อย่าง Bio Hazard, Clock Tower, Silent Hill (อันนี้ฟังเขาเล่า) ฯลฯ ทุกเกมล้วนมีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างนึง
อย่างเช่น เกม Bio Hazard ในเวลาที่เราบังคับตัวละครภายในเกมเพื่อต่อสู้กับซอมบี้นั้น จะเป็นไปในลักษณะหยิบปืนแล้วยิง ถ้ายิงมันตายตั้งแต่ระยะไกลได้ก็ดีไป ถ้าไม่ตาย เราก็วิ่งถอยหลังไปตั้งหลักแล้วยิงใหม่อีกครั้งจนกว่ามันจะตาย ทำนองนั้น
แต่เกมนี้ไม่ใช่ อาวุธที่เราต้องใช้สำหรับต่อต้านเหล่าภูติผีวิญญาณร้ายต่างๆก็คือกล้องถ่ายรูป โดยจะต้องยกกล้องขึ้นมองผ่านเลนส์ดูสีหน้าบรรดานางแบบ นายแบบทั้งหลาย แล้วกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายรูปนางแบบที่กำลังโพสท่าสวยงามเก็บไว้ดูเล่นเป็นที่ระลึก

การที่เราจะโจมตีศัตรูได้ คือจังหวะที่ผี(ศัตรู) กำลังจะทำการโจมตีคุณ หรือในจังหวะที่มันไม่ทันได้ป้องกันตัว(กรณีหลังมีน้อยมาก)เท่านั้น จุดหลักๆที่มันทำให้ต่างจากเกมอื่นก็คือ ในบรรดาเกมอื่นทั้งหลายเราสามารถลดความกลัวได้ด้วยการวิ่งหนีไปตั้งหลัก แต่เกมนี้บังคับให้เราต้องเผชิญหน้ากับมันเพื่อจะถ่ายรูปในระยะประชิดซึ่ง
เป็นจังหวะในการโจมตี....โหดร้ายมากๆครับสำหรับคนที่ไม่ชอบ หรือกลัวในเรื่องผีๆสางๆเหล่านี้
.
.




วัน เดือน ปี : ไม่มีเอกสารใดระบุไว้ คาดว่าเกิดขึ้นก่อนปี 1800-1900
สถานที่ : หมู่บ้านมินาคามิ

ไม่มีเอกสารใดระบุไว้ว่า * มีที่มาอย่างไร และเหตุใด * ถึงมาปรากฏขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านรู้กันเพียงแค่ว่า หากไม่มีการบูชา หรือสังเวยอะไรให้กับ * ละก็ สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายก้าวข้าม * ออกมาและจะนำมาซึ่งภัยพิบัติครั้งใหญ่หลวงให้กับหมู่บ้านแห่งนี้

....เป็นที่รู้กันภายในหมู่บ้านว่า * นั้นเป็นสิ่งที่ห้ามมอง และห้ามแม้แต่จะเอ่ยถึง หากมันผู้ใดที่บังอาจแม้เพียงชำเลืองมอง * มันผู้นั้นจะต้องสูญเสียแสงสว่างไปตลอดกาล...

แรกเริ่มนั้น ไม่มีใครรู้ว่าจะทำให้ * สงบลงได้อย่างไร เพราะนับวัน * มีแต่ทวีความกริ้วโกรธามากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ท่านเจ้าบ้าน(ผู้นำของบ้านที่มีอำนาจสูงสุดภายในหมู่บ้าน ในแต่ละยุคอำนาจของบ้านต่างๆอำนาจต่างๆอาจตกไปอยู่ในมือของบ้านหลังอื่น) ตัดสินใจเชือดตัวเองแล้วกระโดดเข้าไปใน *
ผลปรากฏว่า * นั้นมีท่าทีสงบลง ทว่า...เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี * กลับกริ้วโกรธขึ้นอีกครั้งโดยไม่มีท่าทีจะสงบลงแม้แต่น้อย

ชาวบ้านพากันลงความเห็นว่า การที่ท่านเจ้าบ้านสังเวยตนเองนั้นสามารถทำให้ * สงบลงได้ จึงจับคนพนเจรที่พลัดหลงเข้ามาในหมู่บ้านฆ่าและโยนเข้าไปใน * เพื่อทำให้มันสงบลง ทว่าการสังเวยในครั้งนั้นกลับไม่เป็นผล
บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ต่างปรึกษาหารือกันว่าเหตุใดจึงไม่ได้ผลเหมือนครั้งท่านเจ้าบ้านเป็นเครื่องสังเวย คนพเนจรคนแล้วคนเล่าถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยให้กับ * แต่ก็ประสบความล้มเหลวไปเสียทุกครั้ง
มีอยู่ครึ่งหนึ่งที่มีคนเพนจรผู้หนึ่งเกิดขัดขืนและต่อสู้อย่างหนัก ชาวบ้านจึงพากันรุมทำร้ายและโยนคนพเนจรผู้นั้นลงไปใน * ทั้งๆที่อยู่ในสภาพที่ยังมีลมหายใจรวยระรินอยู่

ปรากฏว่าการสังเวยในครั้งนี้ประสบความสำเร็จชาวบ้านจึงเชื่อกันว่า การที่จะทำให้ * สงบลงชั่วคราวได้นั้น คือการทรมานเครื่องสังเวยให้อยู่ในสภาพที่ทรมานอย่างเป็นที่สุด โดยห้ามไม่ให้เครื่องสังเวยสิ้นลมและมีชีวิตอยู่จนถึงวินาทีที่ถูกโยนเข้าไปใน *
ในที่สุดชาวบ้านก็พากันเรียกเครื่องสังเวยว่า "คุซาบิ" เพื่อไม่ให้เหยื่อที่พลัดหลงเข้ามารู้ตัว และดำเนินพิธีกรรมคุซาบินี้เพื่อลดความโกรธาของ * ลงเรื่อยมา


วันเวลาผ่านไป ชาวบ้านต่างเริ่มคิดกันว่า เหตุใด * ถึงกริ้วโกรธพวกตนถึงเพียงนี้ จนในที่สุด ชาวบ้านก็มองเห็นถึงเรื่องประหลาดเรื่องนึงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ตลอดมานับแต่โบราณ
เรื่องประหลาดที่ว่าก็คือ หากชายหญิงภายในหมู่บ้านคู่ใดแต่งงานกัน บุตรหรือบุตรีที่คลอดออกมานั้น จะต้องมีฝาแฝดอย่างน้อย 1 คู่เสมอ

ชาวบ้านพากันเชื่อว่า เหตุที่ * ไม่พอใจและกริ้วโกรธนั้นเป็นเพราะเด็กฝาแฝดอีกคนนึงเป็นส่วนเกิน และต้องทำให้ฝาแฝดทั้งสองคนกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวจึงจะทำให้ * สงบลงได้...

ในยุคสมัยนั้น ยังไม่มีกฎหมายบ้านเมืองใดๆระบุไว้ว่า ฝาแฝดที่เกิดมาคนใดเป็นคนพี่ คนใดเป็นคนน้อง แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านมินาคามิเชื่อกันว่า เด็กที่คลอดออกมาเป็นคนแรกนั้นเป็นคนน้อง และคนที่คลอดทีหลังเป็นคนพี่ และคู่แฝดคนน้องนี่เองที่เป็นส่วนเกิน จึงต้องกลับไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับคู่แฝดคนพี่

ในที่สุดก็เกิดพิธีกรรมเพื่อรวมเด็กทั้งสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวกันขึ้น ไม่มีเอกสารหรือเรื่องเล่าใดบ่งบอกไว้ว่า ใครเป็นผู้คิด และฝาแฝดคู่ใดที่เป็นเหยื่อให้กับพิธีกรรมในครั้งนี้ มีเพียงแต่พิธีกรรมที่สืบทอดต่อๆกันมาจนกลายเป็นประเพณีของหมุ่บ้านที่จะต้องทำทุกๆ 10 ปีไปในที่สุด
พิธีกรรมที่ว่าทำโดยใหคู่แฝดคนพี่บีบคอน้องของตนจนกว่าจะสิ้นลม เมื่อสิ้นลมแล้ววิญญาณของคู่แฝดคนน้องจะกลายเป็นผีเสื้อแดงสด และจะคอยวนเวียนอยู่เป็นเทพอารักษ์ให้กับหมู่บ้าน ส่วนร่างของฝาแฝดคนน้องนั้นก็จะถูกโยนลงไปใน * และจะสามารถทำให้ * สงบได้เป็นเวลาถึง 10 ปี
.
.
.
พิธีกรรมที่โหดร้ายและสุดแสนทารุณนี้ถูกดำเนินกันมาอย่างลับๆภายในหมู่บ้านเรื่อยมา
จนกระทั่งเกิดการต่อต้านจากฝาแฝดคู่หนึ่งขึ้น
ทั้งคู่พากันหลบหนีออกจากหมู่บ้านก่อนที่จะเกิดพิธีกรรมด้วยทางลับด้านหลังของศาลเจ้า
ภายในหมู่บ้าน

ทว่าการหลบหนีในครั้งนั้นล้มเหลว ฝาแฝดทั้งคู่ถูกชาวบ้านจับตัวได้ เอกสารระบุไว้เพียงว่าฝาแฝดทั้งคู่ถูกบ้านบ้านลงทัณฑ์ แต่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าชะตากรรมของฝาแฝดทั้งคู่เป็นเช่นไร
การหลบหนีของฝาแฝดคู่นี้ทำให้ชาวบ้านทำการปิดผนึกทางลับดังกล่าวลงตลอดกาล และจำเป็นต้องหาฝาแฝดคู่อื่นเพื่อจะดำเนินพิธีกรรมในครั้งนั้นแทนคู่ที่ถูกลงทัณฑ์...
ทว่า...ฝาแฝดที่เหลืออยุ่ในหมู่บ้านขณะนั้นมีเพียงคู่เดียว คือคิริว อากาเนะ และคิริว อาซามิในวัยไม่ถึง 7 ขวบ

เด็กหญิงอากาเนะผู้น่าสงสารถูกเหล่านักบวชผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่
ดำเนินพิธีกรรมบังคับให้บีบคออาซามิ ทว่าด้วยแรงเด็กที่ยังไม่รู้เดียงสานั้นไม่สามารถทำให้อาซามิสิ้นลมได้ ทำให้เหล่านักบวชต้องเข้ามาช่วยกันจัดการ
ในขณะนั้นเอง อาซามิเกิดต่อต้าน และอ้อนวอนว่า ขอให้ฉันได้ตายด้วยมือของพี่สาวฉันเถอะ...

หลังจากพิธีกรรมครั้งนั้นจบลง ด้วยวัยที่ยังเด็กเกินไปของอากาเนะทำให้เธอเกิดอาการช๊อคอย่างรุนแรง และกลายเป็นเด็กเงียบไป เธอไม่พูดจา ไม่สุงสิงกับใคร ซึ่งทั้งหมดนี้นั้น พ่อของเธอคือคิริว โยชิทัตสึได้เฝ้ามองดูด้วยความห่วงใยลูกสาวที่เหลือเพียงคนเดียวของตนอยู่ตลอดเวลา
โยชิทัตสึไม่สามารถอดทนต่อสภาพอันน่าสงสารของอากาเนะได้ จึงลงมือสร้างตุ๊กตาที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนอาซามิทุกประการขึ้นให้กับอากาเนะ
อากาเนะที่ได้น้องสาวของตนกลับคืนมามีอาการร่าเริงแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จนโยชิทัตสึเองก็พลอยโล่งใจไปด้วย

ทว่า อากาเนะนั้นเอาแต่หมกตัวเล่นอยู่กับอาซามิตลอดเวลา เธอจะคอยพูดคุยกับอาซามิด้วยการกระซิบที่ข้างหูตุ๊กตาอาซามิเสมอๆจนกระทั่งกลางดึก
คืนหนึ่งโยชิทัตสึผู้ซึ่งกับลังง่วนอยู่กับงานนั้นได้หันไปเห็นตุ๊กตาอาซามิออกมาเดินด้วยตัวเอง
ภายในบ้าน...
ด้วยความกลัวอย่างสุดขีดว่าตุ๊กตาอาซามิที่ถูกวิญญาณเข้าสิงสู่
จะทำอันตรายให้กับลูกสาวที่ยังมีชีวิตอยู่ของตน โยชิทัตสึตัดสิ้นใจแยกชิ้นส่วนตุ๊กตาอาซามิออกจากกัน และกระจายทิ้งแต่ละส่วนไว้ในที่ต่างๆของบ้าน
เมื่อตกกลางคืนอีกครั้ง ตุ๊กตาอาซามิกลับปรากฎตัวในสภาพสมบูรณ์มาเดินภายในบ้านอีก
ขณะที่โยชิทัตสึกำลังหวาดกลัวและอับจนหนทางอยู่นั่นเอง วิญญาณของอาซามิได้ปรากฎร่างขึ้น และชี้นำให้กับโยชิทัตสึว่า การที่จะกำจัดวิญญาณร้ายไปจากตุ๊กตาอาซามิได้นั้นมีเพียงวิธีเดียว คือจับตุ๊กตาอาซามิแขวนคอเสีย
โยชิทัตสึจึงวางแผนการจับตุ๊กตาอาซามิแขวนคอตามที่วิญญาณของลูกสาวตนชี้นำไว้ ทว่าตุ๊กตาอาซามิรู้ทันและตลบหลังโยชิทัตสึแล้วฆ่าเขาเสีย

เมื่อชาวบ้านพากันรู้เรื่องราวนี้เข้าจึงจับอากาเนะและตุ๊กตาอาซามิแขวนคอ
.
.
เวลาผ่านไปจนกระทั่งปี 1874 กฎหมายในยุคเมจิมีข้อนึงได้กำหนดไว้ว่า ฝาแฝดผู้ที่คลอดก่อนนั้นให้ถือเป็นคนพี่ และคนที่คลอดทีหลังให้ถือเป็นคนน้อง
ทว่ากฎหมายที่มีออกมาหาได้มีผลต่อประเพณีพีธีกรรมแปลกประหลาดของหมู่บ้านมินาคามิไม่
ในที่สุดก็ถึงคราวของฝาแฝดแห่งชะตากรรม 2 คู่ ทาจิบาน่า อิทสึกิ กับทาจิบาน่า มุทสึกิ และคุโรซาวะ ยาเอะ กับคุโรซาวะ ซาเอะ
.
.
ต่อครั้งหน้าครับ...
*เนื้อหาที่เล่ามาทั้งหมด ถูกเรียบเรียงขึ้นจากเนื้อหา เอกสารภายในเกม Fatal Frame 1 และ 2 ข้อมูลจากเวบของ Tecmo และข้อมูลจาก Gamefaqs ครับ*
**เนื้อหาที่เล่ามาบางส่วนที่ผมแต่งเติมขึ้นเองเนื่องจากความไม่ต่อเนื่องของเนื้อหา
จากแหล่งข้อมูลข้างต้นครับ*

***รูปประกอบนำมาจาก gamesport ครับ***
 
edit @ 2006/10/02 14:18:22
edit @ 2006/10/09 15:41:18
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ยาวมาก - -;>

ได้รับรู้เรื่องมาเป็นรอบที่สาม ว่าแต่ เมื่อไหร่จะเล่นภาคสามอ่ะ ' w ' ?
#1  by  gsawa At 2006-10-02 22:27, 
แปะ ไว้ก่อน เดี๋ยวมาอ่าน
ทำงานก่อน :D
#2  by  Unakite At 2006-10-03 08:45, 
ยาวจริงๆ แรกๆก็อ่านดีๆหลังซักยาว เหอะๆ ไว้อ่านให้จบก่อน
#3  by  Clive (58.8.22.35) At 2006-10-03 09:53, 
จะบอกว่า ...ภาค2 ชอบฉาก intro มาก มุขมันซ้ำๆ แต่คลาสสิกมาก ไอ้มือนั่น
#4  by  Angel13th At 2006-10-04 00:40, 
ดองอีกแล้วสินะ สินะ สินะ
#5  by  cg At 2006-10-25 08:56, 

<< Home