Tutorial นี้ผมเคยโพสไว้ที่ DGO ซักพักแล้ว 
เห็นว่ามีประโยชน์นี้เลยขอเก็บเอามาลงไว้ที่นี่ด้วยแล้วกันครับ
เผื่อกระทู้ต้นทางหาย ทั้งนี้ขอก๊อปมาดุ้นๆเลยแล้วกันครับ
 
 
Tutorial นี้ทำมาเพื่อให้พวกเราสามารถใช้ PS3 ดูหนัง อนิเม
ด้วย File แทบจะทุกชนิดตั้งแต่ AVI, MKV, WMV, RMVB,ISO ฯลฯ ด้วยแทบจะทุก codec
เท่าที่มีที่ผมรู้จักได้โดยที่สามารถแสดง Subtitle ตามแบบฉบับที่ผู้สร้างไฟล์เหล่านั้นทำไว้ได้
โดยมี Font Style ติดมาด้วยเหมือนดูบนคอมครับ

ก่อนอื่นต้องมีเครื่องมือดังต่อไปนี้ โหลดได้ตาม Link เลยครับ
1. PS3MediaServer แนะนำ beta version 1.20.409 ครับ
ดีและเสถียรสุดเท่าที่เคยใช้มาทั้ง Windows และ Linux
เสียดายที่ผมไม่มี Mac ในมือเลยไม่ได้เทส
2. Java Runtime
2. K-Lite Codec Pack โหลดแบบ Full version นะครับ
3. Avisynth 2.5.7 ย้ำว่า 2.5.7 ครับ ver สูงกว่านี้มีบั๊ก
4. VSFilter.DLL

เริ่มกันเลยแล้วกันครับ
 
1. uninstall Codec ทั้งหลายในเครื่องออกทั้งหมดก่อนครับ
ไม่ว่าจะเป็น Vobsub หรือ Haali Media Splitter
เอาออกให้หมดครับ
2. install K-Lite Codec Pack มีขั้นตอนสำคัญคือให้เลือก option ขณะลงเป็น Lot of Stuff
 
 
3. และเลือกจำนวน audio channel ตามระบบเสียงที่ใช้งานอยู่
 
 
4. install avisynth 2.5.7
5. copy VSFilter.dll ที่โหลดมาไปไว้ที่ C:\Program Files\AviSynth 2.5\plugins
 
6. install JRE
7. install PS3MediaServer
8. ไปที่ start->program->K-lite Codec Pack->configuration->Haali Media Splitter
 
 
9. ในโปรแกรม Haali Media Splitter ให้ set Audio Language Priority
เมื่อ detect เจอไฟล์ที่มีเสียงหลายภาษาให้เล่นเสียงภาษาญี่ปุ่นก่อน
หากไม่เจอให้เล่นภาษาอังกฤษ และภาษาไทยตามลำดับ
 
 
10. set Subtitle Language Priority ให้แสดง sub ไทยก่อน หากไม่มีให้แสดง sub อังกฤษ
 
 
11. เปิดโปรแกรม PS3MediaServer ไปที่ tab Navigation/Share Setting แล้วติ๊กถูกที่
  • Thumbnail generation
  • Use Mplayer for Video Thumbnail
  • Browse .RAR/.ZIP/.CBR archives
  • เพิ่ม/ลด Folder ที่เราเก็บไฟล์หนังไว้ที่เมนู Share Folder ด้านล่าง

ข้อสังเกตหากมีการ Set ค่าใดๆที่ทำให้ button Restart http Server Enable ขึ้นมา  

ให้ทำการ click เพื่อ Restart ทุกครั้งที่ set ค่าทั้งหมดเสร็จ

 
 
12. ที่ tab Transcoding Setting ให้ set ตามที่ผมวงแดงๆไว้ครับ โดยที่  
- Audio/Subtitle Language Priority จะเหมือนข้อ 9, 10
 
ASS/SSA, Fontconfig, Use ASS... จะเป็นการทำให้ subtitle แสดงรูปแบบ font
ตามที่ผู้ผลิตไฟล์หนังได้เซทไว้ แบบนี้ครับ

 

13. ที่ tab Transcoding ที่เมนูด้านซ้ายให้คลิ๊กที่ Avisynth/MEncoder
และคลิ๊กที่ลูกศรชี้ขึ้นจะเป็นการเลื่อน menu ขึ้นมาด้านบน
คลิ๊กขึ้นจนกว่า Avisynth/MEncoderจะอยู่บนสุดและเป็น font สีดำ
- หาก Avisynth/MEncoder ยังมีลักษณะเป็น disable สีแดงๆอยุ่
ให้คลิ๊กที่ icon รูปปลั๊กที่ผมวงเขียวๆไว้ จะทำให้มัน enable ขึ้นมาได้ครับ

เมื่อเลื่อน Avisynth/MEncoder ขึ้นมาบนสุดจะได้ตามภาพนี้ครับ
 
14. ที่ menu common transcode setting ให้ set ดังนี้ครับ
- buffer : 600 ช่วยลดอาการกระตุกได้เล็กน้อย
- Number of Audio Channel : 2 สำหรับท่านที่ใช้ลำโพงทีวี หรือ 5.1 สำหรับท่านที่มี Home Theater
หากท่านใช้ชุดลำโพงที่มีมากกว่านี้ก็ลองมั่วดูละกันครับ ฮ่าๆ เพราะผมไม่มีเลยไม่รู้ว่าควรเซทยังไง
- bitrate set ตามใจชอบครับ แต่ 320 ก็น่าจะพอ
 
ไปที่เครื่อง PS3 ครับ ที่เมนู Network Setting
 
 
ทำการ Enable Media Server Connection
 
หลังจากนั้น PS3 ของท่านควรจะ detect เจอ PS3MediaServer ดังภาพ
 
หากไม่เจออาจจะติดที่ Firewall หรือ Anti Virus ของท่าน
ให้ทำการปิดการทำงานพวกนั้นทิ้งทั้งหมดแล้วทดสอบการ detect ใหม่อีกครั้ง
ด้วยการปิดเปิด PS3MediaServer และเครื่อง PS3 ของท่าน
(จริงๆมัน auto detect อยู่แล้วตลอดเวลา แต่ re ไปเถอะครับเพื่อความชัวร์)
คิดว่าถึงขั้นตอนนี้ก็น่าจะเจอกันแล้ว ถ้าอยากเปิด anti virus/firewall
กลับมาให้ลอง config ค่าต่างๆดูครับ เช่น trust ip หรือ enable port
ขอไม่กล่าวถึง ณ ทีนี้แล้วครับ
เนื่องจาก anti virus หรือ firewall แต่ละยี่ห้อ setup ไม่เหมือนกัน
 
เป็นอันว่าก็น่าจะเล่นไฟล์กันได้แล้วครับ
ถ้าทำตามทุกขั้นตอนที่ผมบอกมาโดยไม่ข้ามขั้นไหนเลย 
 
ปัญหาที่อาจพบ
- เล่นไฟล์ไม่ได้ ขึ้น data corrupt
- เครื่อง PS3 ของท่านเล่นไฟล์ได้
แต่ audioดันเล่นเสียงภาษาอะไรก็ไม่รู้ subtitle ก็ไม่ใช่อย่างที่เซทไว้
 
ปัญหาทุกอย่าง(อาจ)จะหมดไปเมื่อท่านใช้ Folder #--TRANSCODE--#
ที่อยู่ใน Folder หนังของท่าน

 

ข้างในนี้จะมี track audio, subtitle และ Render Engine (ชื่อที่วงเล็บปีกกาข้างท้าย)

จำนวนมาก ให้ลองใช้จากเมนูพวกนี้ดูครับ

น่าจะทำให้ท่านเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา

ปัญหาที่อาจพบ(อีกละ)
- เล่นไฟล์แล้วกระตุก

สาเหตุอาจมาจาก
1. ใช้ Wireless ในการ Stream ทำให้แบนวิธในการส่งข้อมูลไม่มากพอ
- ให้ลองใช้สาย LAN ทั้งเครื่อง PC และเครื่อง PS3

2. เครื่อง PC แรงไม่พอเมื่อเล่นไฟล์ hidef 720p หรือ 1080p ที่ใช้ codec H.264 หรือ AVC

(ส่วนมากก็ใช้กันแค่นี้ล่ะครับ ไม่ค่อยเจอ XVID หรือ DIVX ที่เป็น 1080p ซักเท่าไหร่)
- อาการนี้สังเกตได้โดยดู CPU usage โดยคลิ๊กขวาที่ taskbar ด้านล่างแล้วเลือก Start Task Manager

แล้วลองสังเกตกราฟ CPU Usage ขณะเล่นไฟล์ดังกล่าว หากเต็ม 100% ตลอดแสดงว่า CPU รับภาระไม่ไหว

 

- ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการใช้ GPU ช่วยประมวลผลหากท่านใช้การ์ดจอยี่ห้อ NVIDIA

ตั้งแต่ series 8000 ขึ้นไปที่ support CUDA Technology

ทำได้โดยไปหาโหลด CoreAVC มาลง (โปรแกรมนี้เสียเงินครับ ต้องอาศัยวิชามารหามาลงกันเอง)
เมื่อลงแล้วให้ config ดังนี้ครับ

 

และไปที่ K-Lite Codec Pack->configuration->ffdshow video decoder

 

set ค่าตามรูปครับให้ Format H.264/AVC เป็น disable

 

 

หากไม่มีอะไรผิดพลาดเมื่อเล่นไฟล์ดังกล่าวแล้วที่จะมี tray icon ของ CoreAVC สีเขียว

ปรากฎใน taskbar ของท่านตามภาพ

 

สำหรับคนที่ใช้ Windows 7 อาจมีปัญหาในขั้นตอนนี้ครับ โดย icon CoreAVC

จะเป็นสีฟ้า (คือ GPU ไม่ทำงาน)

ให้โหลด Win7DSFilterTweaker มาลง และกำหนดค่าของ H.264 ให้เป็น CoreAVC ดังรูปครับ

 

ลองสังเกต CPU Usage ระหว่างรันไฟล์ควรจะลดลงแล้วแต่ความแรงการ์ดจอของท่าน

ของผม GF9300M เวลาเล่นไฟล์ 1080p จะอยู่ที่ราวๆ 25-35%

ถ้าการ์ด/CPU แรงกว่านี้ก็น่าจะเหลือต่ำกว่า

สำหรับท่านที่ใช้ ATI ผมยังหาวิธีไม่เจอครับ

ทำได้เต็มที่แค่ช่วย decode ตอนดูบน PC แต่พอ stream มา PS3 ผมยังทำไม่ได้

(ไม่มีการ์ด ATI ด้วยแหล่ะครับ ไปลองที่บ้านเพื่อนเอา)
หากท่านใดสามารถทำได้โปรดชี้ทางสว่างด้วยนะครับ

Fatal Frame part 3

posted on 22 Nov 2006 18:12 by applespt  in Folklore
หลายปีผ่านไปหลังเหตุการณ์ที่หมู่บ้านมินาคามิ
ยาเอะได้กลายมาเป็นภรรยาของมุนาคาตะ เรียวโซ
ส่วนเรียวโซเองนั้นก็ได้ประกอบอาชีพเป็นนักวิจัยความเชื่อทางประเพณีตามรอยของมาคาเบะ เซอิจิโร่ผู้เป็นอาจารย์
ไม่นานยาเอะก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดลูกสาวชื่อว่ามิโคโตะ

เรียวโซนั้นเล็งเห็นว่ายาเอะนั้นร่างกายเริ่มอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย
จึงได้ตัดสินใจย้ายออกไปอาศัยยังที่ห่างไกลจากตัวเมืองที่คฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลฮิมุโระ
ซึ่งจริงๆแล้วเรียวโซมีเหตุผลในการเข้ามาอาศัย ณ คฤหาสน์แห่งนี้เพราะรู้ดีว่า
ตระกูลฮิมุโระนั้นมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างมากมายในอดีต
ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบอย่างดีในการทำการวิจัยของตน
.
.
ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวมุนาคาตะเป็นไปได้อย่างราบรื่น
งานวิจัยของเรียวโซมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ยาเอะก็สุขภาพดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนมิโคโตะเองก็มีเด็กๆในละแวะนั้นเป็นเพื่อนเล่น

จนกระทั่งวันหนึ่ง มิโคโตะนำกล่องถ่ายรูปแปลกประหลาดมาให้กับเรียวโซ
และบอกว่ามีเด็กผู้หญิงในชุดกิโมโนสีขาวเป็นคนให้มา
เรียวโซคิดว่าลูกสาวของตนโกหก และเชื่อว่าจริงๆแล้วเธอคงจะบังเอิญเจอกล้องนี้อยู่ภายในบริเวณคฤหาสน์

ยาเอะนำกล้องถ่ายรูปดังกล่าวมาถ่ายภาพมิโคโตะและเพื่อนๆขณะกำลังเล่นกันอยู่ด้วยความสนุกสนาน
ทว่า...
ภาพดังกล่าวกลับมีรูปของเด็กผู้หญิงผมสีดำยาวในชุดกิโมโนสีขาวอายุไล่เลี่ยกับมิโคโตะติดอยู่ด้วย
ทั้งๆที่เพื่อนๆของมิโคโตะนั้นไม่มีคนไหนเลยที่มีลักษณะดังกล่าว
เรื่องนี้จึงทำให้ยาเอะไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ยิ่งวัน ภาพที่ยาเอะถ่ายได้นั้นก็ยิ่งมีสิ่งแปลกปลอมติดเข้ามาในภาพมากขึ้น
ทั้งรูปนักบวช รูปผู้หญิงตาบอด และรูปอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ปรากฎในเลนส์ แต่กลับปรากฎขึ้นในภาพถ่าย
ยิ่งใช้กล้อง ยาเอะยิ่งสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่มองไม่เห็นภายในคฤหาสน์ฮิมุโระได้มากขึ้น
ภาพถ่ายที่ออกมายิ่งทวีความรุนแรงของวิญญาณที่ติดมากับภาพ
ในที่สุดเธอก็สามารถมองเห็นวิญญาณได้ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้กล้อง

และแล้ววันแห่งชะตากรรมก็มาถึง เมื่อมิโคโตะแอบนำกล่องไปเล่นกับเพื่อนๆและหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
ยาเอะโทษว่าเป็นความผิดของตนที่ปล่อยให้มิโคโตะนำกล้องไปใช้ และคงจะเป็นวิญญาณร้ายที่พรากมิโคโตะไป
ยาเอะสิ้นหวังจนต้องเขียนจดหมายลาตายถึงเรียวโซ และจบชีวิตของตนเองลงในลักษณะเดียวกับซาเอะโ
ดยการผูกคอตนเองใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าศาลเจ้าจันทราภายในคฤหาสน์อิมุโระ

เมื่อเรียวโซพบร่างไร้วิญญาณของภรรยาของตนและจดหมายดังกล่าว และนำเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นผนวกเข้ากับงานวิจัยของตน
เรียวโซจึงเชื่อมั่นแน่แล้วว่า คฤหาสน์หลังนี้เป็นที่สิงสู่ของเหล่าวิญญาณร้ายและยังคงมีคำสาปหลงเหลืออยู่
เรียวโซจึงคิดจะกำจัดคำสาปที่เกิดขึ้นกับคฤหาสน์หลังนี้เพียงลำพัง
แต่ทั้งหมดกลับล้มเหลว เรียวโซไม่สามารถต้านทานวิญญาณชั่วร้ายที่สิงสถิตย์อยู่ภายในคฤหาสน์ฮิมุโระได้
เรียวโซจึงต้องจบชีวิตลงภายในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ขณะกำลังจะกำจัดต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดลง...
.
.
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป มิโคโตะและเพื่อนๆถูกค้นพบอยู่ในป่าบริเวณใกล้เคียงด้วยการชักนำของเด็กผู้หญิงในชุดกิโมโนสีขาว
เธอและเพื่อนๆนั้นไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่เลยว่าในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้หายไปไหน
ซึ่งในที่สุดเธอก็รู้ว่า เรียวโซและยาเอะผู้เป็นพ่อแม่ของเธอได้เสียชีวิตลงแล้ว
.
.
ยังเป็นเคราะห์ดีของมิโคโตะซึ่งถูกอุปการะโดยเพื่อนสนิทของเรียวโซคือคุณฮินาซากิ (ไม่ทราบชื่อจริง)
เมื่อโตขึ้น มิโคโตะได้แต่งงานและให้กำเนิดลูกสาวชื่อมิยูกิ

ไม่มีเอกสารใดระบุถึงชีวิตของมิยุกิมากนัก นอกจากว่าเมื่อเธอโตขึ้นได้แต่งงานกับอาจารย์ของตนเอง
คือ ฮินาซากิ มาซาโตะและให้กำเนิดทายาท 2 คนคือลูกชายมาฟุยุ และลูกสาวมิกุ
นอกจากนี้เธอยังทำงานเป็นผู้ช่วยให้กับมาซาโตะซึ่งเป็นนักโบราณคดี
ด้วยการเป็นช่างภาพด้วยกล้องที่ได้รับมาจากมิโคโตะผู้ซึ่งเป็นแม่ของเธอ

หลังจากมิยูกิให้กำเนิดมิกุได้ไม่นาน มาซาโตะได้เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนาระหว่างการขุดค้นซากโบราณสถาน

หลังจากมาซาโตะเสียชีวิตลง มิยูกิก็เริ่มถ่ายภาพวิญญาณด้วยกล้องดังกล่าวติดมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอใช้มันมากจนไม่สามารถทนรับสัมผัสทางวิญญาณได้ ด้วยความเครียดและภาวะต่างๆที่รุมเร้า
ในที่สุดมิยูกิก็จบชีวิตลงด้วยการแขวนคอตนเอง
.
.
มาฟุยุและมิกุ ทั้งคู่ต่างก็มีสัมผัสที่ 6 ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สามารถมองเห็นวิญญาณได้ด้วยตาเปล่า แต่เด็กทั้งสองคนปิดเรื่องนี้เป็นความลับและไม่เคยบอกใคร...
เวลาผ่านไป มาฟุยุเริ่มเข้าวัยหนุ่มและทำงานเลี้ยงมิกุผู้เป็นน้องสาว ด้วยการเป็นผู้ช่วยให้กับนักเขียนนวนิยายชื่อดัง ทาคามิเนะ จุนเซย์
นอกจากมาฟุยุแล้ว ทาคามิเนะยังมีผู้ช่วยอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคืออามาคุระ เคย์

มาฟุยุและเคย์ทำงานร่วมกันและสนิทกันมากจนกระทั่งมาฟุยุเอ่ยปากฝากฝังมิกุน้องสาวของตนไว้กับเคย์
ว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับตน ช่วยดูแลมิกุด้วย....
.
.
ชีวิตความเป็นอยู่ของสองพี่น้องเป้นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งทาคามิเนะมีโครงการจะเขียนนิยายแนวสยองขวัญเรื่องใหม่
หลังจากการค้นคว้าหาข้อมูลสำหรับงานเขียน ทาคามิเนะพบงานเขียนที่มุนาคาตะ เรียวโซทิ้งไว้จึงเกิดความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุด ทาคามิเนะจึงตัดสินใจ เรียกผู้ช่วยคนอื่นอีก 2 คนเดินทางไปยังคฤหาสน์ฮิมุโระเพื่อเก็บข้อมูลด้วยตนเอง
ทว่า....ไม่มีการติดต่อกลับมาจากทาคามิเนะและผู้ช่วยเลยเป้นเวลา 1 เดือนเต็ม

ในที่สุดมาฟุยุจึงตัดสินใจเข้าไปตามหาด้วยตนเองพร้อมกับกล้องถ่ายภาพวิญญาณ
ที่ได้รับมาจากมิยูกิแม่ของตนโดยเชื่อว่าอาจจะได้ใช้มันในบางโอกาส....

ราวกับเป็นเรื่องตลก มาฟุยุกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน
ไม่มีการติดต่อกลับมาจากมาฟุยุเป็นเวลาถึง 9 วัน มิกุผู้ซึ่งเป็นน้องสาวและมีสัมผัสทางวิญญาณสามารถรู้ได้ว่า
คงจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับี่ชายของตนอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจออกตามหามาฟุยุด้วยการเดินทางไปยังคฤหาสน์ฮิมุโระอีกคนหนึ่ง...
.
.
.
.
.



ต่อครั้งหน้าครับ....ยาวอีกแล้ว ^___^;
ต้องขอโทษด้วยที่ครั้งนี้ไม่มีภาพประกอบเลย ^^;;

Fatal Frame part 2

posted on 25 Oct 2006 16:08 by applespt  in Folklore
คณะนักบวชเลือกที่จะใช้คู่ฝาแฝดทาจิบาน่าซึ่งเป็นคู่เด็กชายที่อยู่ในวัยหนุ่ม มีสภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มากกว่าที่จะเลือกคู่ฝาแฝดคุโรซาว่าที่เป็นเด็กหญิง
ซึ่งซาเอะมีร่างกายอ่อนแอ (ซึ่งอาจเป็นเพราะเกรงกลัวท่านเจ้าบ้านคุโรซาวะที่ในขณะนั้นมีอำนาจสูงสุด และเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมด้วย)
ฝาแฝดทั้ง 2 คู่ต่างก็มีความสัมพันธ์กันค่อนข้างแน้นแฟ้น เพราะจากไดอารี่ของซาเอะนั้นมีการพูดถึงมุทสึกิอยู่เสมอ ซึ่งตัวมุทสึกิเองก็คอยเป็นห่วงเป็นใยซาเอะที่ร่างกายอ่อนแอเช่นกัน
ในขณะที่ความสัมพันธ์ของยาเอะ และอิทสึกิกลับไม่ค่อยเป็นที่แน่ชัด แต่ก็สามารถกล่าวได้ว่า ทั้งอิทสึกิ และมุทสึกิต่างก็ไม่ต้องการให้ยาเอะ และซาเอะต้องเข้ารับพิธีกรรม


รูปทาจิบาน่า อิทสึกิ มุทสึกิ และน้องสาวจิโตเสะ

อิทสึกิและมุทสึกิตกลงเข้ารับพิธีกรรมอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากตนปฏิเสธ ยาเอะและซาเอะจะต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายแทนพวกตน
มุทสึกิซึ่งเป็นคนน้องนั้นรู้ตัวดีว่าตนจะต้องจบชีวิตลงจากการประกอบพิธีกรรมอย่างแน่นอน จึงอ้อนวอนให้อิทสึกิรับปากว่า ไม่ว่ายังไงก็อย่าให้เด็กสาวทั้งสองคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเป็นอันขาด และช่วยปกป้องเด็กสาวทั้งสองคนแทนตนด้วย
อิทสึกิรับปากน้องชายของตนเอง และเข้าประกอบพิธีกรรมสังเวยมนุษย์พร้อมกับน้องชาย

ทว่า........การประกอบพิธีกรรมในครั้งนั้นเกิดล้มเหลว วิญญาณของมุทสึกิไม่สามารถกลายเป็นผีเสื้อได้เนื่องจากความอาลัยอาวรในตัวซาเอะ
ตัวอิทสึกิเองก็ได้รับความเสียหายทางจิตใจอย่างหนักจนผมกลายเป็นสีขาวไปทั้งศีรษะ...

คณะนักบวชตกลงใจจะใช้คู่แฝดคุโรซาวะเพื่อให้พิธีกรรมเสร็จสมบูรณ์อีกครั้ง แต่เนื่องจากพิธีกรรมเพิ่งจะล้มเหลวไป จึงต้องหากำหนดการในการประกอบพิธีกรรมใหม่อีกครั้ง

ระหว่างนั้นเอง หมู่บ้านมินาคามิก็ต้องทำการต้อนรับอาคันตุกะหน้าใหม่ที่มาเยือนถิ่น.......มาคาเบะ เซอิจิโร่ผู้ซึ่งกำลังทำการวิจัยประเพณีพื้นบ้านลึกลับต่างๆ
มาคาเบะนั้นรู้มาว่าที่หมู่บ้านมินาคามิแห่งนี้มีการประกอบพิธีกรรมลับต้องห้ามอยู่ จึงเดินทางมาเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวพร้อมกับผู้ช่วยเด็กหนุ่มมุนาคาตะ เรียวโซ

คณะนักบวชลงความเห็นกันว่า ควรใช้อาคันตุกะเหล่านี้ในการทำพิธีคุซาบิเพื่อลดอำนาจของ * ลงในระหว่างที่คู่แฝดคุโรซาวะกำลังอยู่ในช่วงชำระมลทิน
เพื่อรั้งไว้ให้มาคาเบะและผู้ช่วยอยู่ในหมู่บ้านนานๆทั้งหมู่บ้าน
จึงต้อนรับขับสู้อาคันตุกะอย่างเต็มที่โดยที่แอบดำเนินแผนการเพื่อประกอบพิธีคุซาบิอย่างลับๆ

มาคาเบะนั้นพกพากล้องถ่ายภาพมาด้วย กล้องดังกล่าวถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยเพื่อนสนิทของมาคาเบะ คือดร.อาโซ่ คุนิฮิโกะซึ่งกล้องนี้มีอำนาจในการถ่ายภาพวิญญาณ และกักวิญญาณไว้ในตัวกล้องได้
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับตัวกล้องว่าดร.อาโซ่ประดิษฐ์มันขึ้นมาได้อย่างไรนั้น ไม่ได้มีการระบุไว้นอกจากว่ากล้องที่มาคาเบะใช้นั้นเป็นตัวต้นแบบ และดร.อาโซ่เองก็กำลังพัฒนาประสิทธิภาพของมันขึ้นไปอีกอยู่เช่นกัน

ระหว่างที่กำลังพักอยู่ที่หมู่บ้านมินาคามิ มาคาเบะได้ทำการสำรวจสถานที่ต่างๆภายในหมู่บ้านอย่างละเอียด
พร้อมกับใช้กล้องถ่ายรูปสถานที่ต่างๆไว้ด้วย
เป็นครั้งแรกของมาคาเบะที่เจอประสบการณ์ทางวิญญาณด้วยตัวเอง
จากการถ่ายรูปป้ายศิลาหลุมศพทำให้มาคาเบะมั่นใจว่า
กล้องนี้จะช่วยให้ตนไขปริศนาพิธีกรรมอันดำมืดของหมู่บ้านแห่งนี้ได้
ในที่สุดมาคาเบะก็ค้นพบความลับของพิธีกรรมต่างๆและล่วงรู้ไปถึง * ซึ่งคือประตูซึ่งเชื่อมต่อไปยังดินแดนปรภพ

ขณะเดียวกัน มุนาคาตะก็เริ่มสนิทสนมกับอิทสึกิมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเหตุที่เป็นเด็กวัยเดียวกัน
แต่วันประกอบพิธีคุซาบิก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆทำให้อิทสึกิร้อนรน ไม่อยากให้เพื่อนของตนต้องได้รับอันตราย จึงขอร้องให้มุนาคาตะพามาคาเบะหนีไปก่อนที่พิธีคุซาบิจะเริ่มขึ้น
แต่มาคาเบะกลับปฏิเสธการหลบหนี และสั่งให้มุนาคาตะหนีไป ส่วนตนนั้นจะยับยั้งพิธีกรรมลับของหมู่บ้านนี้เอง ด้วยเหตุนี้มุนาคาตะจึงหนีออกจากหมู่บ้านมินาคามิไปด้วยตัวคนเดียว
ทิ้งให้มาคาเบะเผชิญชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า
.
และเมื่อชาวบ้านรู้เรื่องนี้เข้าจึงลงโทษอิทสึกิด้วยการคุมขังอิทสึกิไว้ในโกดังของหมุ่บ้าน

ทันทีที่คณะนักบวชออกคำสั่ง ชาวบ้านทุกคนต่างพากันเข้าจับกุมมาคาเบะและนำไปขังไว้ในคุกเพื่อรอเวลาในการทำพิธีคุซาบิ
และในที่สุด มาคาเบะก็ต้องจบชีวิตลงด้วยการเป็นเครื่องสังเวยให้กับประตูนรก
.
.
.
ยิ่งนับวันอิทสึกิก็ยิ่งร้อนรนเนื่องจากรู้ว่าอีกไม่นานแล้ว ที่พิธีกรรมอันน่าชิงชังซึ่งพรากชีวิตของมุทสึกิไปจะต้องเกิดขึ้นกับยาเอะ และซาเอะ
แต่ด้วยเหตุที่ตนนั้นถูกขังไว้ ไม่สามารถช่วยเหลือเด็กสาวทั้งสองได้เลยจึงส่งจดหมายไปหามุนาคาตะ ขอร้องให้กลับมาช่วยเด็กสาวทั้งสองคน
.
.

คุโรซาวะ ยาเอะ และซาเอะ


ยาเอะนั้นรู้ดีว่าวันประกอบพิธีกรรมนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และคนที่รอดชีวิตนั้นคือตนผู้ซึ่งเป็นฝาแฝดคนพี่ไม่ต้องการจะเข้าทำพิธี
ได้ตกปากรับคำกับอิทสึกิว่าจะพาซาเอะหนีไป
สำหรับซาเอะซึ่งร่างกายอ่อนแอนั้น กลับต้องการเข้ารับพิธีกรรมเนื่องจากต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับยาเอะเสมอมา
แต่เนื่องจากมีการชักชวนให้หลบหนีออกจากหมู่บ้านไปด้วยกันจากยาเอะ ซาเอะจึงคิดว่าขอแค่มียาเอะอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนตนก็ยินดีจะไปจึงตกลงรับคำชักชวนการหลบหนี
..
ชาวบ้านต่างรู้ถึงแผนการหลบหนีช้าเกินไปจึงพากันออกตามจับคู่แฝดเด็กสาวไม่ทันเวลา...
.
.
ระหว่างทางหลบหนี ซาเอะซึ่งร่างกายอ่อนแอจึงได้แต่ตามหลังพี่สาวอยู่เบื้องหลังกลับก้าวพลาด ทำให้เท้าพลิกและไถลตกลงไปในไหล่เขา
ยาเอะนั้นทั้งตกใจและกลัวเกินกว่าจะหยุดวิ่งเพื่อหันมาช่วยน้องสาวของตนจึงได้
่วิ่งหนีเข้าไปในป่าข้างทางและพลัดหลังอยู่ในนั้น ทิ้งให้ซาเอะถูกจับกลับไปที่หมู่บ้านมินาคามิอีกครั้ง
(เหตุการณ์ในช่วงนี้มีคนให้ความเห็นว่า ซาเอะนั้นจงใจก้าวพลาด เพราะเกิดเปลี่ยนใจต้องการจะกลับไปเข้ารับพิธี)
.

ซาเอะนั้นเชื่อว่า ไม่ว่ายังไงยาเอะก็จะกลับมาหาตนอย่างแน่นอน...จึงเฝ้ารอยาเอะอย่างตั้งมั่น
ว่าตนจะได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่สาวในอีกไม่นานนี้...
ทว่า....เวลาที่จะต้องประกอบพิธีกรรมนั้นมาถึงแล้ว และโชคร้ายที่ไม่มีเด็กฝาแฝดเหลือภายในหมู่บ้านอีกแล้ว
คณะนักบวชจึงตัดสินใจใช้ซาเอะในการประกอบพิธีกรรมคนเดียวโดยไม่มียาเอะด้วย...
.
อิทสึกินั้นหลังจากที่ได้ข่าวว่าซาเอะถูกจับตัวกลับมานั้นสิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยากในชีวิต จนในที่สุดก็จบชีวิตตนเองลงด้วยการแขวนคอตัวเองภายในที่คุมขัง...
.
ซาเอะเชื่อมั่นว่ายาเอะจะกลับมาจนถึงวินาทีสุดท้าย....
ในที่สุดซาเอะก็ถูกเหล่านักบวชแขวนคอที่ประตูโทริอิหน้าทางเข้าทางเดินไปยังประตูนรก
และเหล่าผู้เฝ้าระวังประตูนรกซึ่งมีหน้าที่สังเกต และเฝ้าระวังปฏิกริยาของมันซึ่งตาทั้งสองข้างบอดสนิทจากการมองลงไปยังแดนปรภพ
ได้นำร่างไร้วิญญาณของซาเอะโยนลงไปในประตูซึ่งเชื่อมต่อไปยังโลกเบื้องล่าง....
.
พิธีกรรมครั้งนี้ล้มเหลวลงทันทีอย่างรวดเร็วพร้อมกับความพิโรธของซาเอะซึ่งสงสัยในตัวยาเอะ
ว่าเหตุใดถึงไม่กลับมาหาตน
ด้วยแรงแค้นในตัวชาวบ้านมาคาเบะซึ่งกลายเป็นคุซาบิได้กลับขึ้นมายังพิภพอีกครั้งพร้อมๆกับซาเอะ
แรงระเบิดของประตูนรกที่ส่งซาเอะและคุซาบิมาคาเบะกลับขึ้นมานั้นรุนแรงมาก
ถึงขั้นทำให้ทั่วทั้งบริเวณรอบหมู่บ้านมินาคามิตกอยู่ในความมืดมิดทันที
อำนาจความชั่วร้ายทั้งหลายปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน ฝูงนกต่างร่วงหล่นจากฟากฟ้าลงมายังผืนดิน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
ชาวบ้านต่างหากันหนีตายอย่างสุดชีวิต บ้างก็กระโดดออกมาจากหน้าต่างบ้านชั้น 3 ลงมาเสียชีวิต... บ้างก็ถูกคร่าชีวิตด้วยน้ำมือของคุซาบิมาคาเบะ แต่แทบทั้งหมดนั้นเสียชีวิตลงด้วยมือของซาเอะที่กลายเป็นวิญญาณแค้นชั่วร้าย...
.
.

คุซาบิ มาคาเบะ


ซาเอะ

ทาจิบาน่า จิโตเสะผู้เป็นน้องสาวของอิทสึกินั้นร่างกายอ่อนแออย่างมาก ดวงตาของเธอนั้นแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใดเลยนั้นได้ยินเสียงกรีดร้องระงมไปทั่วทั้งหมู่บ้านได้แต่ตกใจกลัว
ได้เข้าไปหลบซ่อนอยู่ในตู้เก็บของภายในบ้านของตน และได้แต่สวดภาวนาให้พี่ชายทั้งสองของตนมาช่วยโดยที่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่เนื่องจากชาวบ้านพากันปิดเรื่องนี้จากจิโตเสะ
จิโตเสะรู้เพียงแค่ว่าเพราะยาเอะและซาเอะทำให้พี่ชายของตนหายตัวไป จึงทั้งโกรธทั้งกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และได้แต่นั่งสั่นงันหงกอยู่เพียงลำพัง...
.
.
.
ยาเอะนั้นในที่สุดก็สามารถหาทางออกมาจากป่าได้สำเร็จตัดสินใจจะกลับไปช่วยเหลือซาเอะ จึงมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านมินาคามิอีกครั้ง...
.
.
มุนาคาตะ เรียวโซได้รับจดหมายจากอิทสึกิเพื่อนรักของตนนั้นตัดสินใจทำตามคำขอร้อง
โดยมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านมินาคามิเพื่อช่วยเด็กสาวทั้งสองทันที
.
.
ที่นั่น...มุนาคาตะพบว่าทั้งหมู่บ้านนั้นถูกทำลายหมดสิ้น เหลือเพียงแต่ประตูโทริอิหน้าทางเข้าหมู่บ้าน และยาเอะที่ยืนร้องไห้รำพึงรำพันว่า "ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ" อยู่เบื้องหน้า...




ต่อครั้งหน้าครับ.....ยาวจริงๆ